ย่างกุ้ง – สิเรียม 2 คืน 3 วัน
วันที่ 1 สนามบินย่างกุ้ง – เจ้าทัติจี –พระเขี้ยวแก้ว – เจดีย์ชเวดากอง
วันที่ 2 สิเรียม (sirium) – เจดีย์ไจ้เข้า – เจดีย์กลางน้ำ (Yele paya) –โบทาทาวน์ เทพทันใจ – เทพกระซิบ-งาทัติจี
วันที่ 3 ไจ้กะส่าน – กาบาเอ – ตลาดสก็อต – ช้อปปิ้ง Market place – สนามบิน
* ราคาไม่รวมตั๋วเครื่องบินและวีซ่า (ราคาต่อท่าน)
Day1 สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินย่างกุ้ง – เจ้าทัติจี - พระเขี้ยวแก้ว - เจดีย์ชเวดากอง –เมืองสิเรียม เจดีไจ้เข้า – เจดีย์กลางน้ำ- เทพทันใจ
ช่วงเช้า
เจ้าหน้าที่ รอรับท่านเดินทางมาถึง สนามบินย่างกุ้ง (ประเทศเมียนมาร์) (เวลาท้องถิ่นที่ประเทศเมียนมาร์ ช้ากว่าประเทศไทย 30 นาที)
นำท่านชม เจ๊าทัตจี (Kyauk Htat Gyi) หรือ พระนอนตาหวาน ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามที่สุด มีขนตาที่งดงามพระบาทมีภาพมงคล108ประการ และพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทยที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์เป็นศิลปะพม่าที่งดงาม โดยมีขนาดความยาวขององค์ 70 เมตร
จากนั้นขับรถชมตัวเมืองย่างกุ้งชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านย่านใจกลางกรุงย่างกุ้ง
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม วัดชเวตอเมียว หรือ วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี (Swe Taw Myat Pagoda) สถาปัตยกรรมแบบพุกามโบราณ องค์เจดีย์เป็นสีทองทรงแปดเหลี่ยม ยอดเจดีย์หุ้มด้วยทองคำแท้ เจดีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว เมื่อครั้งอัญเชิญจากประเทศจีน เป็นองค์เดียวกับที่อัญเชิญมาที่พุทธมณฑล ภายในตกแต่งอันวิจิตรบรรจงด้วยสีทองเกือบทั้งหลัง
จากนั้นนำท่านสักการะ เจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) “เป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดแห่งพม่า” ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาสิงคุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยคำว่า “ชเว” หมายถึง ทอง, “ดากอง” ภาษามอญเรียกชื่อว่า ตะเกิง คือชื่อดั้งเดิมของเมืองย่างกุ้ง เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระโคตมพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น ยอดสุดขององค์เจดีย์บริเวณลูกแก้วหรือหยาดน้ำค้างประดับด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ และเพชร 5,448 เม็ด ชั้นบนสุดมีทับทิม 2,317 เม็ด และเพชรเม็ดใหญ่ 76 กะรัต เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์
*** สำหรับวิธีการขอพรนั้น ให้ยกมือขอพรตามที่เราต้องการก่อน แล้วค่อยตักน้ำรดที่พระพุทธรูปประจำวันเกิด จากนั้นก็รดที่เทวดาที่ยืนอยู่ด้านหลังองค์พระพุทธรูป แล้วต่อด้วยรดที่สัตว์ประจำวันเกิด โดยให้รดน้ำจำนวนขันตามอายุของเราเอง แล้วบวกเพิ่มไปอีก 1 ขันเพื่อการถือเคล็ดให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ***
คำไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
วันทามิ อุตตมะ ชมพู วระฐาเน สิงกุตตะเร มะโนลัมเม สัตตัง สะรัตนะ
ปฐมัง กกุสันธัง สุวรรณะ ตันตัง ธาตุโย ธัสสะติ ทฺติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะ การะนัง ธาตุโย
ธัสสะติ ตติยัง กัสสปัง พุทธจีวะรัง ธาตุโย ธัสสะติ จตุกัง โคตะมัง อัตถะเกศา ธาตุโย ธัสสะติ
อหัง วันทามิ ตุระโต อหัง วันทามิ ธาตุโย อหัง วันทามิ สัพพะทา อหัง วันทามิ สิระสา
*** อธิษฐานพร้อมด้วยใบไม้ที่แปลว่าชัยชนะและความสำเร็จ ***
Day2 สิเรียม – เจดีย์ไจ๊เค้า – เจดีย์กลางน้ำ –โบทาทาวน์-เทพทันใจ – งาทัติจี
ช่วงเช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทาง สู่เมือง “ตันลยิน” (Thanlyin) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า “สิเรียม” (Syriam) อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำพะโคและแม่น้ำย่างกุ้ง ในอดีตเมืองนี้เป็นเมืองท่าสำคัญในการเดินเรือของชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเมืองสิเรียมเป็นเมืองอุตสาหกรรม ชาวเมืองส่วนใหญ่ทำงานในโรงกลั่นน้ำมันหรือไม่ก็เป็นลูกจ้างในโรงเบียร์ ประชากรส่วนมากเป็นชาวพม่าเชื้อชายอินเดีย เพราะในสมัยที่พม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ สิเรียมเป็นศูนย์กลางของเมืองท่าและยังเป็นแหล่งผลิตอาหารส่งสู่กรุงย่างกุ้ง และอังกฤษต้องเกณฑ์แรงงานอินเดียมาทำนา แล้วพากันมาปักหลักทำมาหากินกันจนถึงปัจจุบันนี้
“เจดีย์ไจ๊เค้า” เป็นเจดีย์เก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง และเป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองสิเรียม สร้างโดยกษัตริย์รัฐมอญที่เมืองสะเทิม มาสร้างเจดีย์ที่เนินเขาชื่อว่าไลโป๊ะกง โดยเนินเขาแห่งนี้มีฤาษีอยู่ตนหนึ่งชื่อว่า คอลาก๊ะ หรือ เคาะล๊ะ อาศัยปกปักรักษาอยู่บริเวณเนินเขา เดิมเจดีย์แห่งนี้มีชื่อตามภาษามอญว่าไจ๊เคาะล๊ะ ต่อมาเพี้ยนเป็นภาษาเมียนมาร์ว่า ไจ๊เค้า โดยวัดแห่งนี้ ภายในเจดีย์ไจ๊เค้าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิที่ผู้คนนิยมเข้าไปกราบไหว้บูชา นั่นก็คือพระเกศาของพระพุทธเจ้า 6 เส้นที่บรรจุอยู่ด้านในขององค์เจดีย์ ส่วนใหญ่จะมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล หากใครที่อยากจะมาขอพรนั้น จะต้องมากราบขอพระกับองค์เทพทันใจที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งมีชื่อชื่อว่า “ตันลยินไจ๊เค้าโบโบจี”
นอกจากนี้บริเวณด้านนอกของเจดีย์ มีองค์พระมหามัยมุนี องค์จำลอง สีเหลืองทองอร่าม เป็นพระพุทธรูปเพียงหนึ่งเดียวใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของเมียนมาร์ ปัจจุบันองค์จริงประดิษฐานอยู่ที่ “วัดมหามัยมุนี” เมืองมัณฑะเลย์ พระมหามัยมุนี ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะชาวพม่าเชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้มาประทานลมหายใจอันศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในพระวรกายของพระพุทธรูปองค์นี้ ซึ่งถือเป็นดังตัวแทนของพระพุทธองค์ที่มีชีวิตจิตใจ
จากนั้น นำท่านสู่ เจดีย์กลางน้ำเจ๊าตันเยเล (Kyauktan Yele Pagoda) ที่สร้างโดยคหบดีชาวมอญเมื่อกว่าพันปีที่แล้ว เชื่อกันว่าถ้าได้มีโอกาสมาไหว้ขอพรที่นี่แล้วจะทำให้กิจการค้าเจริญรุ่งเรือง
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางกลับมายังเมืองย่างกุ้ง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)
จากนั้นนำท่านชม เจดีย์โบตะทาวน์ (Botahtaung Pagoda) สร้างโดยทหารพันนายเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่พระสงฆ์อินเดีย8 รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน ในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2 องค์ และพบพระพุทธรูปทอสำริด 700 องค์ ภายในเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุม สาหรับฝึกสมาธิหลายจุด ในองค์พระเจดีย์
จากนั้น นำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ พระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่า และ ชาวไทยวิธีสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี) เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนา ก็ให้ เอาดอกไม้ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆ มาสักการะนัตโบโบยี จะชอบ มาก จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าต ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่า เพราะเราเป็นคนไทย) แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยีสัก 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึงกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะ สมตาม ความปราถนาที่ขอไว้จากนั้นนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนนเพื่อสักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า อะมาดอร์เมี๊ยะ ตามตานานหล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธา ในพุทธศาสนา อย่างแรงกล้ารักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์ จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่ง ชาวพม่าเคารพกราบไหว้ กันมานานแล้ว ซึ่งการขอพรเทพกระซิบต้องไปกระซิบเบาๆ ห้าม คนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพร จากเทพองค์นี้กันมากเช่นกัน การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วย น้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้หลัง
นำท่านชม ท่านชม วัดพระเจดีย์พะเจ้างาทัตยี (Nga Htat Gyi Pagoda) มีพระพุทธรูปที่สวยงามตามแบบฉบับของพม่า หลวงพ่องาทัตจี แปลว่า หลวงพ่อที่สูงเท่าตึก5 ชั้น เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่แกะสลักจากหินอ่อน ทรงเครื่องแบบกษัตริย์ เครื่องทรงเป็นโลหะ ส่วนเครื่อประกอบด้านหลังจะเป็นไม้สักแกะสลักทั้งหมด และสลักป็นลวดลายต่างๆ จาลองแบบมาจากพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยยะตะนะโบง (สมัยมัณฑะเลย์)
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
เข้าสู่โรงแรมที่พักเมืองย่างกุ้ง
Day3 ไจ้กะส่าน - ตลาดสก็อต – กาบาเอ –ช้อปปิ้ง - สนามบินย่างกุ้ง
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังจากนั้น นาท่านสักการะ พระมหาเจดีย์กาบาเอ (Kaba Aye Pagoda) คาว่า “กาบาเอ” หมายถึงสันติภาพของโลก โลกแห่งสันติสุข เป็นเจดีย์ทรงกลมรูปทรงแปลกตา มีความงดงาม ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเมืองย่างกุ้ง บนถนนกาบาเอ สร้างขึ้นในปี 1952 เพื่อใช้เป็นสถานที่ชาระพระไตรปิฏกครั้งที่ 6 เจดีย์แห่งนี้เป็นที่ราลึกถึงการประชุมสภาสงฆ์ระดับโลกเพื่อให้บังเกิดสันติสุขแก่ชาวโลกของพุทธศาสนา ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในปี 1954 หลังจากพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ เจดีย์มีความสูงและกว้าง 34 เมตร ภายในประดิษฐานพระอัฐิธาตุของพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ ด้านในมีพระพุทธรูปองค์พระประธานหล่อด้วยเงินบริสุทธิ์หนัก กว่า 500 กิโลกรัม เป็นองค์พระมหามุนีจาลอง (องค์จริงประดิษฐานที่มัณฑะเลย์ )และพระพุทธรูปรายล้อมรอบ ๆ ส่วนด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์เล็กจานวน 28 องค์ ซึ่งเท่ากับจานวนสาวกของพระพุทธเจ้า พระเจดีย์กาบาเอมีทางเข้าทั้งหมดห้าด้าน ทุกด้านมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนฐานทักษิณ ร่วมทาพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ครอบเศียร ครอบเกล้า ด้วยพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งมีความเชื่อว่า “หากท่านใดได้ทาพิธีมงคลบูชารับพระธาตุ ท่านนั้นจะหมดเคราะห์ ตัดกรรม และมีโชคดีตลอดไป
หลังจากนั้นนาท่าน เจดีย์ไจ๊กะส่าน (Kyaikkasan Pagoda) สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช 218 โดยกษัตริย์แห่งอินเดีย ภายในบรรจุพระเกศาธาตุ 16 เส้น และพระธาตุส่วนอื่น ๆ 32 องค์ ในภาษามอญเรียกว่า “ไจ๊อะแส่น” ซึ่งคาว่า “ไจ๊” แปลว่า พระธาตุ ส่วนคาว่า “อะแส่น” แปลว่า พระอรหันต์ แปลโดยรวมคือ พระธาตุสร้างในการนาของพระอรหันต์” ส่วนชาวพม่านั้นจะเรียกไจ๊อะแส่น ออกเป็นสาเนียงพม่าว่าไจ๊กะส่าน ตานานเล่าว่าตอนที่ย่างกุ้งกลายเป็นเมืองร้างไม่มีใครอยู่ มียักษ์สองพี่น้อง ชื่อ “นองดอ” (องค์พี่) และ “นยีดอ” (องค์น้อง) รับหน้าที่เฝ้าเกศาธาตุ และพระธาตุที่บรรจุอยู่ในพระธาตุนี้ไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการขโมยเอาไปที่อื่น และมีเจ้าที่ ที่เฝ้าดูแลสถานที่ไว้ เพื่อไม่ให้มีการโกง ซึ่งตามความเชื่อ ชาวพม่านิยมมาไหว้สักการะขอพรในเรื่องคดีความต่าง ๆ และเจดีย์แห่งนี้เหมาะสาหรับการสวดมนต์และทาสมาธิให้จิตใจสงบ ซึ่งท่านจะได้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ทั้งในเรื่องการงาน ครอบครัว การเงิน ความรัก และสิ่งที่ท่านปรารถนา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเจดีย์ที่ชาวพม่ามีความเชื่อและนับถือมายาวนาน
1. ค่าโรงแรมที่พัก 3*++- 4* / อาหารทุกมื้อตามรายการ / รถนำเที่ยว / ไกด์ท้องถิ่น / ค่าเข้าชม /น้ำดื่ม /ผ้าเย็น
**2. กุ้งแม่น้ำเผาที่หงสาวดี / เป็ดปักกิ่ง สลัดกุ้งมังกร / บุฟเฟ่ต์ชาบู
3. ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1ล้านบาทต่อท่าน(ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ / ประกันสุขภาพที่มีคุ้มครองโควิด / ค่าทิปไกด์ คนขับ เด็กท้ายรถ
** เมนูพิเศษเสริฟเฉพาะผู้เดินทาง 8 ท่านขึ้นไป เท่านั้น
** หากต้องการอาหารเช้าในวันแรก และ อาหารเย็นในวันกลับ แจ้งได้ค่ะ
1. แจ้งวันที่ต้องการเดินทาง จำนวนผู้เดินทาง พร้อมส่งหน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง
2. ชำระตามเงื่อนไข หลังจากได้รับการยืนยันห้องพักว่างจากทางเรา
3. พร้อมเดินทาง