เลห์ ลาดัก 7 คืน 9 วัน
ดินแดนธิเบตน้อย เมืองพุทธมหายาน นิกายหมวกเหลือง สำรวจเส้นทางหลังคาโลก สัมผัสความมหัสจรรย์ของธรรมชาติท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัย ทะเลทรายสีเงิน/ ทะเลสาปน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลกเชื่อมต่อ 3 ประเทศ/เส้นทางรถยนต์ที่สูงที่สุดในโลก
วันที่ 1 กรุงเทพ-เดลลี – (รอต่อเครื่อง)
วันที่ 2 เดลลี – เลห์ (พักผ่อน ปรับสภาพร่างกาย) เจดีย์สันติภาพ พระราชวังเลห์ (พักเลห์ 1)
วันที่ 3 เลห์ – ซันสการ์ – ถนนพระจันทร์ –ลามายูรู (พักเลห์ 2)
วันที่ 4 นูบร้าวัลเลห์ ทะเลทรายสีเงิน วัดดิสกิต (พักนูบร้า 3)
วันที่ 5 นูบร้า – ทะเลสาบปันกอง (พักบริเวณทะเลสาบ 4)
วันที่ 6 ทะเลสาปโมริริ (ทะเลสาบที่ใหญ่และสูงที่สุดในอินเดีย พักบริเวณทะเลสาบ 5)
วันที่ 7 ทะเลสาปโมริริ- Tsokar lake – เลห์ (พักเลห์ 6)
วันที่ 8 อารามวัดทิกเซย์ วัดเฮมิส ตลาดเลห์ (พักเลห์ 7)
วันที่ 9 เดินทางกลับ สนามบินเลห์ –เดลลี-กรุงเทพฯ
* ราคาไม่รวมตั๋วเครื่องบินและวีซ่า (ราคาต่อท่าน)
– เลห์ พัก Holiday ladak ,lharimo หรือเทียบเท่า
– นูบร้า พัก Grand nubra หรือ พัก Camp
– ปันกอง hight lake camp , hotel Gongma rescidency หรือเทียบเท่า
Day1 Bangkok - Delhi
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯสู่เมืองเลห์ช่วงค่ำ โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเดลลี 6 ชั่วโมงโดยประมาณ
Day2 DELHI - LEH - พระราชวังเลห์ - เจดีย์แห่งสันติภาพ - ตลาดเลห์
เดินทางถึงสนามบน Kushok Bakula airport ระยะทาง 3,500 ม. และเดินทางต่อไปยังโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไป 2-3 กม. เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัยเพื่อการปรับร่างกาย ในช่วงเย็นเดินทางเยี่ยมชมเจดีย์สันติภาพ (Shanti stupa) , Leh Palace และตลาดเลห์พื่อเลือกซื้อของที่ระลึก จากนั้นกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย
Day3 Alchi - Indus & Zanskar Rivers - Magnetic Hill - Moonland - Lamayuru
ช่วงเช้า เดินทางเยี่ยมชมหมู่บ้านอัลชิ (Alchi) เป็นหมู่บ้านชาวทิเบตชุมชนเก่าแก่เช่นเดียวกับหมู่บ้านอื่นในลาดักห์ แถวหมู่บ้านอัลชิเป็นเขตที่อุดมไปด้วยน้ำในยามฤดูร้อนทำให้มีน้ำเพียงพอปลูกพืชผลเช่น ข้าวสาลี พืชผักต่างๆ แอปเปิ้ล แอปปลิคอต ที่อัลชิ เป็นหมู่บ้านที่ปลูกแอปเปิ้ลมากแห่งหนึ่งของลาดักห์
ในช่วงบ่าย เดินทางไปยังจดที่แม่น้ำสินธุ (Indus river) และแม่น้ำซันสการ์ (Zanskar river) ไหลมาบรรจบกัน เยี่ยมชมแมกเนติก ฮิลล์ (Magnetic Hill)
เยี่ยมชมวัดลามะยูรู (Lamayuru Gompa): เป็นวัดที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง วัดลามะยูรู ตั้งอยู่บนยอดเขาหินทราย มีลักษณะคล้ายผิวพระจันทร์ ดินแดนที่เรียกว่า Moon Land มีรูปปั้นพระศรีอริยเมตไตร ที่งดงาม
เยี่ยมชม THIKSEY MONASTERY เป็นพระอารามใหญ่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขากลางทุ่งราบ ฉาบด้วยสีแดงและขาวเรียงรายลดหลั่น ตามเนินเขานับร้อยหลัง มีกุฏิรายล้อมอยู่รอบอารามหลักสูง 12 ชั้น รูปทรงของวัดมีความคล้ายคลึงกับพระราชวังโปตาลา จนได้รับฉายาว่า “โปตาลาน้อย” อารามนี้ได้รับการกล่าวขานว่างดงามที่สุดในเขตลาดักห์ทั้งหมด
เดินทางกลับถึงเลห์ช่วงเย็นและใช้เวลาตามอัธยาศัยในตลาด หลังจากนั้นจงเดินทางกลับเข้าพักที่โรงแรม
Day4 LEH - NUBRA VALLEY
เดินทางโดยรถยนต์ในช่วงเช้าไปยังนูบรา วัลเลย์ ระยะทาง 125 กม. โดยข้ามผ่านคาร์ดุงลา พาส (Khardongla Pass) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางถนนที่สูงที่สุดในโลก ที่ความสูง 18,360 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล
ช่วงบ่ายเดินทางเยี่ยมชมวัด Diskit และHunder และเนินทรายสีขาว ซึ่งท่านอาจมีโอกาสได้ท่องซาฟารีบนหลังอูฐสองหนอกซึ่งจะพบได้ในนูบราและ อินเดียเท่านั้น หลังจากนั้นเข้าพักที่โรงแรม
Day5 NUBRA VALLEY - PANGONG
เช้าตรู่ ขับรถไปไปยังทะเลสาบ pangong ประมาณ 180 กม. หลังจากข้ามหมู่บ้าน Khalsar ไปถึงที่ Agyam Village แวะถ่ายรูปที่หมู่บ้าน Tangiyar
หลังจากนั้นไปถึงแม่น้ำ Shayok คุณสามารถมองเห็นล่อป่า ม้า Yaks ฝูงนกที่ไม่ซ้ำกันของ Ladakh และภูเขา adhoc บนพ้นหลังทองฟ่าสีครามและลำธารน้ำเย็น
หลังจากนั้นขับรถ ผ่านหมู่บ้าน Durbuk และTangtse ในภูมิภาค Changthang ของ Ladakh ถึงทะเลสาบ Pangong ซึ่งถือเป็น หนึ่งในทะเลสาบที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเอเชีย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสี 4-5 ครั้งต่อวัน
ช่วงบ่ายทำการสำรวจ ทะเลสาบและเดินเล่นบริเวณโดยรอบ ใช้เวลาช่วงเย็นเที่ยวชมหมู่บ้านขนาดเล็กซึ่งตั้งอยู่เป็นระยะ และค้างคืนที่แคมป์พักแรม
Day6 PANGONG-TSAGA LA PASS-TSOMORIRI
หลังรับประทานอาหารเช้า เดินทางไปยัง Tsomoriri ซึ่งอยู่ห่างจากทะเลสาบแปงกอง 220 กม. ระหว่างทางเราจะผ่านทะเลสาบและหมู่บ้านที่มีความสวยงามตลอดสองข้างทาง ข้าม Tsaga la pass ซึ่งมีความสูง 15,290 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบโมริริ ทะเลสาบสีเทอร์คอยส์ ที่ตั้งอยู่ในที่สูงและใหญ่ที่สุดในอินเดีย (4,400 เมตร) ในช่วงฤดูหนาว ทะเลสาบแห่งนี้จะกลายเป็นน้ำแข็ง ทุกคนสามารถลงไปเดินถ่ายรูปได้ รวมถึงที่นี่ยังเป็นแหล่งอุดมไปด้วยสัตว์นานาชนิด เช่น ห่านหัวลาย เป็ดป่า นกกระเรียนคอดำ เป็นต้น
ช่วงบ่ายเช็คอินเข้าพักที่แคมป์ใกล้ๆทะเลสาบ
Day7 TSOMORIRI LAKE - TSOKAR LAKE - LEH
เช้านี้ ออกเดินทางในช่วงเช้ากลับไปยังเมืองเลห์ ระยะทาง 235 กม. โดยผ่านเส้นทางทะเลสาบ Tsokar Lake ระหว่างทางแวะแหล่งน้ำพุจากความร้อนใต้พิภพ Puga Geo-Thermal Gas กระโจมของชาว Nomads และจากนั้นแวะชมความงดงามของทะเลสาบคาร์ Tsokar (ทะเลสาบเกลือ) อันขึ้นชื่อของที่นี่ หากทางคณะสนใจ สามารถแวะชมอารามในหมู่บ้าน Thukje ได้ ขับรถต่อผ่านทางหลวง Manali ผ่าน Taglangla pass ซึ่งมีความสูง 5,530 เมตร
ถึงเมืองเลห์ในช่วงเย็นเข้าพักค้างคืนที่โรงแรม
Day8 LEH - INDUS VALLEY TOUR
วันนี้เราจะนำคณะเที่ยวเต็มวันรอบๆเมืองเลห์ โดยพาท่านชมอารามและสถานที่ต่างๆ ที่ตั้งอยู่ที่ Indus Valley เช่นพระราชวังเชย์ โปตาลาขนาดเล็ก เช่น อารามทิกเซย์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปของพระศรีอริยเมตไตรที่ใหญ่และสวยที่สุดในลาดักห์ จากนั้นเยี่ยมชมอารามวัดเฮมิสในช่วงบ่าย
นำท่านเดินทางกลับเลห์ในช่วงเย็น อิสระเดินเล่นที่ตลาดเลห์เพื่อซื้อของที่ระลึกก่อนเดินทางกลับ เข้าพักค้างคืนที่โรงแรม
Day9 Leh - Bangkok
เดินทางไปยังสนามบินเลห์ – เดลี – กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
– ที่พัก 7 คืนพร้อมอาหารเช้าและเย็นทุกวัน (อิสระอาหารกลางวันเพื่อความไม่จำเจ)
– รถรับส่งสนามบน – โรงแรมที่พัก ทั้งขาไปและขากลับ
– รถโดยสารที่มีสมรรถภาพที่ดีเยี่ยมและปลอดภัย พร้อมคนขับมืออาชีพตลอดการเดินทาง
(ใช้ยานพาหนะ Innova หรอเทียบเท่าสำหรับกรุ๊ป 4-5 ท่าน, ใช้ยานพาหนะรถตู้ Tempo สำหรับกรุ๊ป 6-10 ท่าน)
– Early Check-in เช็คอินเข้าที่พักก่อนเวลาปกติ
– ค่าธรรมเนยมเรยกเก็บโดยเมืองลาดักห์
– ค่าธรรมเนยมใบอนุญาตเข้าเขตพ้นที่ปกป่อง ได้แก่ Pangong Lake
– ประกันอุบัติเหตุวงเงน 1,000,000 บาท
– ตั๋วเครื่องบินสู่เมืองเลห์
– ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศอินเดีย (สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย)
– ค่าอาหารกลางวันซึ่งท่านสามารถซื้อทานได้ตามใจชอบ ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เดินทางไป
– ค่าไกด์ท้องถิ่นสื่อสารโดยภาษาอังกฤษ 1,000 บาท ต่อวัน ต่อไกด์ 1 คน (ทางเลือกเสริมหากท่านต้องการ – ขอบางวันได้)
– ค่าธรรมเนียมการขี่อูฐ (เฉพาะโปรแกรมที่เดินทางไป Nubra Valley)
– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าบริการซักรีดจากโรงแรม ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น
– ค่าเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ ค่ามินิบาร์ และค่าเครื่องดื่มสำหรับมื้อเย็น
– ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น (หากมี), พนักงานบริการ วันละประมาณ 100 รูปี (60 บาท) ต่อวัน ต่อท่าน
– ค่ากิจกรรมต่างๆรวมถึงการเดินทางที่นอกเหนือจากโปรแกรมข้างต้น
– ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเหตุสุดวิสัยต่างๆ เช่นภัยธรรมชาติ ความผิดพลาดของสายการบน ค่าเสียหายที่เกิดจากการถูกขโมยและสูญหาย
1. แจ้งวันที่ต้องการเดินทาง จำนวนผู้เดินทาง พร้อมส่งหน้าพาสปอร์ตผู้เดินทาง
2. ชำระตามเงื่อนไข หลังจากได้รับการยืนยันห้องพักว่างจากทางเรา
3. ดำเนินการทำวีซ่าเข้าประเทศอินเดีย
4. พร้อมเดินทาง
– โปรแกรมสามารถเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมซึ่งอาจมีผลจากสภาพอากาศ เหตุทางธรรมชาติ หรือสถานการณ์ที่มี
ผลต่อความปลอดภัยท่าน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเดินทาง
– ผลประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสิ่งที่เราคำนึงเสมอ ดังนั้น หากการเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งไม่
สามารถทำได้ ท่านสามารถเปลี่ยนเป็นสถานที่เหมาะสมอื่นๆตามตกลงกับผู้ขับรถ(อาจจะมีการชำระเพิ่มหากเดินทางออก
ไปพื้นที่ห่างไกลขึ้น) ทั้งนี้ ท่านไม่สามารถเรียกคืนเงินได้หากไม่ได้ใช้บริการตามที่ระบุในรายการ
– ราคาตั๋วเครื่องบินมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งราคาที่แจ้งในแต่ละครั้งอาจมีการเปลี่ยนแปลงจนกว่าจะทำการจอง
– ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่เกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกหรือล่าช้าของ
เที่ยวบิน การถูกปฎิเสธการเข้าเมือง สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ภัยธรรมชาติ การจราจล และอุบัติเหตุต่างๆ ที่สามารถเกิด
ขึ้นได้ รวมถึงเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งในและต่างประเทศ และเหตุการณ์อื่นๆที่อยู่นอกเหนือการรับผิดชอบของบริษัทฯ
– ในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่ท่าอากาศยานในประเทศไทยหรือในประเทศอินเดีย ปฏิเสธมิให้เดินทางออกหรือเข้า
ประเทศ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าแพ็คเก็จที่เรียกเก็บไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ในบางกรณี เรายินดีที่จะ
ช่วยประสานงานในส่วนที่ท่านสามารถเรียกคืนได้